12 อาหาร..ช่วยเผาผลาญไขมัน ยิ่งกินยิ่งดี!!

การเผาผลาญพลังงานและไขมันสะสมในร่างกาย เป็นอีกหนึ่งระบบของร่างกายที่เราควรจะให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นนะคะ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาความอ้วน หรือสาวๆ ที่กลัวอ้วน เพราะการที่ร่างกายจะอ้วนจะผอม หรือมีหุ่นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารของเรา และระบบการเผาผลาญในร่างกายเนี่ยแหละ นอกจากการออกำลังกายแล้ว จะเป็นการดีแค่ไหนที่อาหารที่เราทานเข้าไป จะมีส่วนช่วยให้ระบบการเผาผลาญดียิ่งขึ้น แล้วอาหารประเภทใดที่ช่วยในการเผาผลาญได้ดีขึ้น ตาม Kaijeaw.com มาดูกันเลย

ก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนค่ะว่า ระบบการเผาผลาญในร่างกายของเราทำงานอย่างไร การเผาผลาญ คือ กระบวนการของระบบในร่างกาย ที่เกิดขึ้นเพื่อเผาผลาญพลังงานที่เข้าสู่ร่างกาย

การเผาผลาญพื้นฐาน

คือการใช้พลังงานของร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหลับ การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การหายใจ การที่หัวใจบีบตัว การเคี้ยวอาหาร เป็นต้น ซึ่งการเผาผลาญพื้นฐานนี้คิดเป็น 60-70 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว ส่วนการเผาผลาญพลังงานจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับกล้ามเนื้อของคนนั้นๆ ยิ่งมีกล้ามเนื้อมากก็จะยิ่งเผาผลาญได้ดีมากเท่านั้น แต่หากสะสมไขมันไว้มาก การเผาผลาญจะทำได้น้อยลง โดยเฉพาะผู้ที่สะสมไขมันไว้ตามจุดต่างๆ ยิ่งที่ให้การเผาผลาญน้อยลง

การเผาผลาญนี้ ผู้ชายจะมีมากกว่าผู้หญิงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะธรรมชาติสร้างให้ร่างกายผู้หญิงสะสมไขมันไว้มากกว่าร่างกายของผู้ชาย เพื่อปกป้องสรีระของตนเอง และการเผาผลาญนี้เองจะลดน้อยลงไปตามอายุการเผาผลาญพลังงานระหว่างการย่อยและการดูดซึมอาหาร

ในการย่อยและการดูดซึมก็ใช้พลังงานเช่นเดียวกัน เช่น อาหารปริมาณ 150 กิโลแคลอรี่ จะใช้ไปในการเผาผลาญและดูดซึมถึง 15 กิโลแคลอรี่ และเหลือที่ร่างกายจะได้รับ 135 กิโลแคลอรี่

การเผาผลาญระหว่างการย่อยและการดูดซึมอาหารน้อยที่สุดคือ ไขมัน รองลงมาคือคาร์โบไฮเดรต และมากที่สุดคือโปรตีน การรับประทานไขมันมากๆ จึงสะสมในร่างกายได้ง่าย

วิธีการช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานได้ คือการที่แบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ ช่วยให้การย่อยและการดูดซึมทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพขึ้น และสามารถเลือกรับประทานอาหาร เพื่อช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้ค่ะ

1. กรีกโยเกิร์ต

กรีกโยเกิร์ตช่วยได้ทั้งระบบขับถ่ายแถมกระตุ้น­­ระบบเผาผลาญของร่างกายได้เป็นอย่างดี ด้วยแคลเซียมที่มีอยู่ในกรีกโยเกิร์ตซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญ กับการทำงานของระบบเผาผลาญ และหากว่าคุณบีบน้ำมะนาวใส่ก็จะได้วิตามิน C ที่จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

2. พริกขี้หนู

พริกขี้หนูมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยระงับความอยากอาหารและเพิ่มอุณห­­ภูมิร่างกายจากความเผ็ดร้อนของตัวพริกเอง รวมถึงสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนอื่นๆ ด้วย เช่น พริกไทยดำ กระเทียม หอมแดง ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่จะช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึมของเราให้ทำงา­นกันอย่างดีขึ้นมากกว่าเดิม

3. น้ำส้มสายชูหมัก

มีสรรพคุณสามารถช่วยลดระดับการดูดซึมแป้งในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อนข้างคงที่ กระบวนการย่อยอาหารจึงค่อยเป็นค่อยไป เราจึงรู้สึกอิ่มท้องได้นานกว่าปกติและช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และยังช่วยเพิ่มปริมาณคลอเลสเตอรอลตัวที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังกระตุ้นการเผาผลาญไตรกลีเซอไรด์ที่สะสมใต้ผิวหนังอีกด้วยค่ะ

4. ถั่วแดง

มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และยังช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล ช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ ขับความชื้น แก้ท้องผูก และล้างพิษได้อีกด้วย จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับการลดน้ำหนักมากๆ

5. มะละกอ

ด้วยมะละกอมีน้ำย่อยตัวสำคัญที่ชื่อว่า ปาปาอิน (papain) ซึ่งจะช่วยย่อยอาหารที่เราทานเข้าไปให้ถูกดูดซึมไปใช้งานได้เร็­­วๆ อีกทั้งยังช่วยดูดซึมโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของระบบเผาผลา­­ญได้เป็นอย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

6. อบเชย

เครื่องเทศกลิ่นหอมอย่าง อบเชย จะช่วยเผาผลาญไขมันได้โดยการเร่งน้ำตาลกลูโคสให้เข้าไปยังเซลล์ต่างๆไวขึ้น และยังกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินอีกด้วย นอกจากจะปรุงในอาหาร แล้วยังสามารถโรยบนเครื่องดื่ม เช่น พวกสมูทตี้ได้ด้วย

7. โฮลเกรน

โฮลเกรนอุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายหลายชนิ­­ด อีกทั้งคาร์โบไฮเดรตที่มีในโฮลเกรนยังเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน­­ ดังนั้นเมื่อเรากินโฮลเกรนเข้าไปจึงอิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะค่อนข้างคงที่ส่งผลให้ระบบการเผาผลาญทำง­­านอย่างต่อเนื่องไปด้วย

8.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีประสิทธิภาพในการช่วยลดแคลอรี่ได้ยอดเยี่ยม มันจะเปลี่ยนไขมันส่วนเกินในร่างกายคุณให้เป็นพลังงานปกติ เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาลงในน้ำอุ่นๆ สักแก้วทุกเช้า จะช่วยให้ไขมันในร่างกายคุณลดลง ทั้งเผาผลาญไขมันและสดชื่นในตอนเช้า

9. ชาเขียว

ชาเขียวมีโพลีฟีนอล EGCG (Epigallocatechin gallate) ที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ในระดับที่ดี แถมยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกายอย่างมากมาย และเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพอย่างสูงสุดแล­­้ว ควรดื่มชาเขียวชงร้อน ดีกว่าชาเขียวเย็นนะคะ

10. อัลมอนด์

อัลมอนด์มีกรดไขมันชนิดดีที่สำคัญต่อร่างกาย อีกทั้งยังอุดมไปด้­­วยสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อกระบวนการเผาผลาญอีกนับไม่ถ้วน เพียงแค่ทานอัลมอนด์วันละ 1 กำมือเล็กๆ ก็เพียงพอที่จะกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญได้แล้วล่ะ

11. ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ตมีสารอาหารที่ช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ทั้งยังช่วยต้านกรดน้ำดีและทำลายสารพิษที่เกิดจากกรดน้ำดีได้อี­­กต่างหาก ที่สำคัญข้าวโอ๊ตยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากประโยชน์ โดยเฉพาะโปร­­ตีนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญอีกด้วย

12. บลูเบอร์รี

ผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งยังเอื้อต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ที่สำคัญยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ตัวการสำคัญของภาวะสะสมไขมันได้ดี

เมื่อเลือกรับประทานอาหารได้แล้ว อย่าลืมการออกกำลังกายด้วยนะคะ และพยายามไม่ปล่อยตนเองให้อยู่เฉย ควรหากิจกรรมที่ต้องขยับเขยื้อนร่างกายทำเป็นประจำ ก็จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้มากขึ้น การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ขยับ ก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทั้งวัน ก็หมั่นขยับขา เปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ ขยับร่างกายอยู่กับที่ ก็ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ไม่น้อยแล้วล่ะค่ะ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com

Facebook Comments