ผู้ว่าฯ แจงแล้ว หลังมีข่าวอ่างเก็บน้ำ

จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา พบคันดินกั้น อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ถูกมวลน้ำพังทลาย เป็นความกว้างประมาณ 10 เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำภายในอ่างมีมากจนเกินความจุ ก่อนที่คันดินจะพังทลาย โดยกรมชลประทานยืนยันว่า อ่างไม่ได้แตก ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดวันที่ 27 ก.ย.64 ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนา และแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งจากสถานการณ์การแพร่กระจายของ CV-19 และจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยมีตัวเอกภาคเอกชน ประธานหอการค้า อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และผู้แทนส่วนราชการ ร่วมประชุม

นายกอบชัย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ โดยเฉพาะลุ่มน้ำลำเชียงไกร พบว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีมวลน้ำไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน และมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลต่อเข้ามายังอ่างลำเชียงไกรตอนล่าง ทำให้ทางชลประทานจำเป็นต้องเปิดช่องทางระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างเพิ่มเติมจากเดิม เพื่อระบายน้ำออกเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากอ่างเก็บน้ำแตกหรือเสียหายจากน้ำแต่อย่างใด

ช่องระบายน้ำที่เกิดขึ้นเป็นเจตนาในการเพิ่มช่องทางระบายน้ำออกจากอ่างเท่านั้น เนื่องจากน้ำเกินความจุของอ่างฯ ที่ผ่านมาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร เกินความจุมาก่อนแล้ว และระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมวลน้ำที่มากขึ้น หากไม่มีการเปิดช่องระบายน้ำเพิ่มเติม อาจจะทำให้สันเขื่อนเกิดความเสียหายได้

จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ลุ่มน้ำลำเชียงไกรขณะนี้ ถือเป็นลุ่มน้ำที่น่าเป็นห่วงที่สุด ส่วนลุ่มน้ำลำพระเพลิง ลำตะคอง ยังต้องเฝ้าระวังจับตาเช่นกัน พี่น้องประชาชนทุกพื้นที่จะต้องขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง แต่ชีวิตต้องสำคัญกว่าทรัพย์สิน หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้พี่น้องประชาชนรีบอพยพตัวเองออกมาสู่ที่ปลอดภัยเป็นอันดับแรก นายกอบชัย กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีระดับน้ำเก็บกัก 41.96 ล้าน ลบ.ม. (151.49%) ซึ่งเกินระดับเก็บกักสูงสุด และมีน้ำส่วนเกินไหลล้น ผ่านทางระบายน้ำล้นฉุกเฉิน (Emergency Spillway)

และเนื่องจากมีปริมาณน้ำท่าจากลุ่มน้ำลำเชียงไกร ตอนบน อ.เทพารักษ์ และ อ.ด่านขุนทด เป็นปริมาณมากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง จนกระทั่งน้ำเกิดไหลข้ามทำนบชั่วคราวของบ่อก่อสร้างและข้างตัวอาคาร กว้างประมาณ 15.00 เมตร จึงได้ใช้ช่องทางระบายน้ำที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารระบายน้ำเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการระบายน้ำ แทนที่จะต้องตัดคัดดินที่ต้องเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อที่ต้องการให้ปริมาณน้ำออก เท่ากับหรือมากกว่าน้ำเข้า เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวทำนบดินอ่างเก็บน้ำ ซึ่งยาว 3,600 เมตร ปัจจุบันอัตราการไหลของน้ำผ่านช่องทางดังกล่าว ประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในลำเชียงไกลและลำน้ำสาขา มีปริมาณเพิ่งสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริม 2 ฝั่งลำน้ำและพื้นที่ริมตลิ่ง

ทั้งนี้ สั่งการให้อำเภอด้านท้ายอ่าง ได้แก่ อ.โนนไทย อ.พระทองคำ อ.เมืองนครราชสีมา อ.โนนสูง อ.พิมาย อ.ชุมพวง อ.ลำทะเมนชัย และอ.เมืองยาง แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะอันตรายสูง ระดับที่ส้ม ระวังติดตามมวลน้ำไหลเชี่ยวแรง ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ

โดยขอให้อำเภอพิจารณาอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ริมน้ำและที่ลุ่มต่ำให้เก็บทรัพย์สินสิ่งของจำเป็นขึ้นไว้สูงกว่าที่เคย ประสานท้องถิ่นให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ จัดหาและสนับสนุนกระสอบทราย ให้กับประชาชนเพื่อปิดกั้นน้ำเข้าบ้านเรือนและพื้นที่สำคัญ

จัดรถกระจายข่าวแจ้งเตือนประชาชนให้ทั่วถึง และจัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อประสานกำลังพลสนับสนุนการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงที่เตรียมไว้ล่วงหน้า พร้อมให้จัดตั้งโรงครัว เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ให้เจ้าหน้าที่และฝ่ายปกครองจัดชุดลาดตระเวนตรวจตรา ตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันผู้ฉกฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สิน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศของแต่ละพื้นที่ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำ

Facebook Comments