สาวข้าราชการ แจ้งความ

จากกรณีที่มีการเผยคลิป สาวข้าราชการโวยวายคู่กรณี ขับรถเฉี่ยวรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะหันมาเห็นชายคนหนึ่ง กำลังบันทึกภาพของตัวเอง จึงเข้ามาถามด้วยอารมณ์ว่า เป็นใคร ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แล้วถ่ายภาพทำไม พร้อมสั่งให้ลบเดี๋ยวนี้ แต่ชายคนนี้ยังไม่หยุดถ่าย แถมเดินไปถ่ายภาพรถยนต์ สีดำ มีร่องรอยเฉี่ยวชน ยิ่งให้สาวคนดังกล่าว เดือดดาลมากขึ้น พยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือมาลบคลิปทิ้ง บริเวณลานจอดรถ ภายในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง จังหวัดกำแพงเพชร


ล่าสุด หญิงข้าราชการในคลิป ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อตนกำลังนั่งทำงานอยู่บนสำนักงาน จู่ๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาบอกตนว่า ให้รีบลงไปดูรถ เนื่องจากมีคนขับมาเฉี่ยวชนรถตน เมื่อตนลงมาดูก็เห็นว่ารถตนเป็นรอยเฉี่ยวชน จึงได้หันไปถามเหตุการณ์กับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งได้ความว่า ก่อนเกิดการเฉี่ยวชน รถคู่กรณีจะขับเข้ามาจอดข้างรถตน แต่ไม่สามารถจอดได้เพราะช่องมันแคบ จึงส่งสัญญาณและแจ้งเตือนว่าห้ามจอด แต่ก็ไม่ฟัง กลับพยายามขับเข้ามาจอดจนเฉี่ยวชนรถตนเป็นรอย

เมื่อตนได้ฟังและได้เห็นร่องรอยเฉี่ยวชน ยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจที่รถโดนเฉี่ยวชนเพราะรถตนพึ่งออกมาได้เพียง 4 วันเท่านั้น แต่ก็พยายามนิ่งเฉยเพื่อจะหันไปพูดคุยกับคนขับรถที่มาเฉี่ยวชน ซึ่งอาจจะมีพูดจากระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ยืนยันได้เลยว่าไม่ได้มีการ ด่ า ทอคู่กรณี ด้วยถ้อยคำ หยา บ หรือเสียงดังโวยวายใส่ และก็ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายอะไร เพียงแต่ให้รอตกลงกับประกันรถตน เพราะรถตนเป็นรถใหม่ มีประกันชั้น 1 อย่างไรประกันก็เข้ามารับผิดชอบอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายไม่มีหลักฐานการต่อทะเบียน หรือประกันรถอะไรมายืนยัน


ที่ตนทำสีหน้าลักษณะดูเหมือนไม่พอใจนั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกไม่ดี เพราะรถพึ่งออกมาแล้วโดนชน ก็ไม่พอใจเป็นธรรมดา อยากให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ที่สำคัญเลย ตนไม่ได้ไปยืนด่ า คู่กรณีนานถึง 3 ชั่วโมง อย่างที่ถูกกล่าวหาจากผู้ที่ถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ จะไปยืนด่ ากันทำไม และใครจะไปยืนด่ ากันนานขนาดนั้น พอเกิดเหตุเรียกประกันมา ก็ได้พูดคุยตกลงกันได้ในที่สุดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สำคัญในบันทึกประจำวันก็ระบุไว้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องจ่ายเงินเยียวย า จากการเกิดเหตุ ตนไม่ได้ไปเรียกร้องขอภายหลังหรือนอกเหนือจากข้อตกลงแต่อย่างได

แต่ในขณะกำลังตกลงกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เข้ามาถ่ายคลิปวีดีโอตน ซึ่งกำลังพูดคุยกันกับคู่กรณี แต่ยอมรับว่าอาจมีอารมณ์ร้อนใส่กัน แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้กระทบกระทั่งกันรุนแรง และไม่ได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอใส่กันแต่อย่างใด แต่ตนรู้สึกไม่พอใจคนที่มายืนถ่ายคลิปตน โดยตนรู้สึกว่า ตนกำลังตกลงกันอยู่และกำลังวุ่นวายกับเรื่องอุบัติเหตุ จู่ๆใครก็ไม่รู้มายืนถ่ายคลิปวีดีโอตนไปลงให้ผู้คนมาต่อว่าตน ซึ่งตนไม่ได้หัวร้อนใส่คู่กรณีโดยใช้คำว่าข้าราชการมาอ้าง แต่ตนไม่พอใจใส่คนที่มาถ่ายคลิปวีดีโอตน และถามถึงสิทธิ์ และความเกี่ยวข้อง และให้ลบคลิป ตามที่ปรากฏในคลิป แต่เหตุการณ์ดังกล่าว กลับกลายเป็นว่าตนถูกว่าฝ่ายเดียวด้วยถ้อยคำต่างๆนานา อยู่ฝ่ายเดียวไปโดยปริยาย ส่งผลกระทบหน่วยงานของตนทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัว ที่สำคัญผลกระทบเกิดกับบุตรสาวของตนที่ยังเป็นเด็ก ต้องถูกใครต่อใครถามมากมายจน เครียด และมาเล่าให้ตนฟังตลอด


จากนี้ตนจะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ถ่ายคลิปและนำคลิปวีดีโอตนไปเผยแพร่ รวมทั้งการนำเอาข้อมูลส่วนตัวตนไปเผยแพร่ดังกล่าวให้ถึงที่สุด โดยตนย้ำว่าตนเองกับคู่กรณีนั้นได้จบลงไปแล้ว ไม่มีติดใจเอาความอะไรกันเลย อยากให้เรื่องนี้จบลงได้แล้ว ขณะนี้ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีผู้ถ่ายคลิป และเผยแพร่ตามกฎหมายต่อไป

ที่มา one31

Facebook Comments