ป้าหัวร้อน

วันที่ 28 มีนาคม 2564 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 13 เขต 2 ในโรงเรียนคุณากรณ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายคมสันต์ โนนทิง ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งควบคุมตัว น.ส.มนิดา นพเก้า อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/12 ถนนอดุลยเดช ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจากมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และเดินเข้าไปในคูหากาบัตรเลือกตั้ง นำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานี แต่ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งนายกเทศบาลนครอุดรธานี จึงได้แจ้งไปยังนายกิตติคุณ ศิริโยธา ผอ.กกต.จ.อุดรธานี และตำรวจมาตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่โรงพัก


นายคมสันต์ โนนทิง ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เปิดเผยว่า น.ส.มนิดา เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์ลงชื่อ รับบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบไปเป็นที่เรียบร้อย และก็เข้าไปที่คูหาเลือกตั้ง แต่ได้เกิดความสงสัยในบัตรเลือกตั้งว่า ทำไมบัตรถึงมีเบอร์เพียงแค่นี้ในบัตรสีม่วง ซึ่งเป็นบัตรเลือกตั้งนายก จึงอธิบายให้ฟังว่าถ้าจะกาหมายเลขเยอะต้องกาบัตรสีชมพู เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล แต่ถ้าบัตรสีม่วงซึ่งเป็นบัตรเลือกนายกให้กาได้เบอร์เดียว น.ส.มนิดามีท่าทีไม่พอใจ พร้อมกับฉีกบัตรสีม่วงต่อหน้าตน จึงได้เชิญ น.ส.มนิดานั่งและสอบถามตามที่ กกต.ให้บันทึกเหตุการณ์ไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เข้าใจ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ขาดสติ หัวร้อน


ส่วน น.ส.มนิดา นพเก้า ให้การว่า ตนได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามปกติ และได้รับบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบ ซึ่งใบสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานีนั้นได้ลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว แต่พอตนมาเปิดบัตรเลือกตั้งนายกไม่มีเบอร์ที่ตนต้องการ เพราะเลขที่ตนต้องการนั้นเยอะกว่านี้ เพราะบัตรสีชมพูนั้นตนเข้าใจมันมีหมายเลขเยอะ แต่ว่าบัตรสีม่วงตนไม่เข้าใจได้สอบถามเจ้าหน้าที่แล้วไม่มีเลขที่ตนต้องการลงคะแนน ตนจึงฉีกบัตรสีม่วงเลย ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะมาก่อกวนการเลือกตั้งใดๆ ทั้งสิ้น ตนต้องการที่จะมาเลือกตั้ง และใช้สิทธิ์ของตัวเอง และตนก็ไม่รู้ว่าการฉีกบัตรเลือกตั้งนั้นมีความผิดกฎหมาย เพราะถ้าตนรู้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้ และมันต้องมามีคดีความต่อไปอีก ตนก็คิดแค่ว่ามันก็เป็นกระดาษธรรมดา ทำให้ตนไม่ได้คิดอะไร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ทำบัตรเลือกตั้งที่คณะกรรมการประจำหน่วยให้ไปนั้น ชำรุดหรือเสียหาย ในมาตรา 121 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ.2562 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ถ้ามีเจตนาทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมจะมีโทษปรับ 1 แสนบาท จำคุก และเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง” ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนก่อนว่ามีเจตนาอย่างไรเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ขอบคุณ : www.mumkhao.com

Facebook Comments