ชาวบ้านครึ่งพัน โดนเท้าแชร์ กลุ่มบ้านออมเบส หลอกสูญเงินกว่า 800 ล้าน

วันที่ 16 ก.พ.2564 มีรายงานว่า มีชาวบ้านจากหลายอำเภอของ จ.สงขลา เช่น อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ และอ.เมืองสงขลา 500 คน เป็นกลุ่มผู้เสียหายที่เข้าร่วมกลุ่ม บ้านออมเบส ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาในรูปแบบของการออมเงินและให้ดอกเบี้ยสูงลักษณะเดียวกับแชร์ลูกโซ่ มารวมตัวกันที่บ้านของ น.ส.กรองทอง เกิดพุ่ม อายุ 35 ปี หรือเบส หมู่ 7 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งกลุ่มนี้ขึ้นและเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องสำอางชื่อ ร้านเบสขายส่งเครื่องสำอาง ในตลาดม่วงงาม เพื่อที่จะทวงเงินคืน


เนื่องจากช่วงหลังไม่ได้รับดอกเบี้ยรวมทั้งเงินต้นตามที่ตกลงกันไว้ และแต่ละคนต้องสูญทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสนจนถึงหลักล้าน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท ปรากฏกว่า น.ส.กรองทอง ปิดบ้านหนีติดต่อไม่ได้ แต่ได้ส่งทนายความมาเจรจากับผู้เสียหายแทน

นายวิรัช เตชะวันโต หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนสูญเงินไปประมาณ 1 ล้านบาท ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มบ้านออมเบส ซึ่งมีตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมาเมื่อช่วงเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เพื่อต้องการช่วยเหลือชาวบ้านในช่วงโควิดให้มีเงินใช้ ครั้งแรกลงเงินไป 1 หมื่นบาทได้ดอกเบี้ย 2,000 บาท เพียงแค่ 10 วันเท่านั้น

ช่วง 2 เดือนแรกจ่ายดอกเบี้ยตรงเวลาทุกงวด จึงเพิ่มวงเงินลงไปเรื่อยๆ โดยเอาดอกเบี้ยมารวมกับต้นไม่เคยถอนมาใช้ เช่น ลงไป 50,000 บาท ได้ดอกเบี้ย 30,000 บาท และทางบ้านออมเบสจะหาเงินมาเติมให้อีก 20,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาท และจะได้ดอกเบี้ย 6-7 แสนบาท หรือหากลงเงินออมเป็นรายเดือน เช่น เดือนละ 70,000 บาทก็จะได้ดอกเบี้ย 40,000 บาท เฉพาะตนสูญเงินไป 1 ล้านบาท และไม่เคยได้ดอกเบี้ย เพราะเอาไปต่อยอดทั้งหมดจากหลักหมื่นเพิ่มเป็นหลักแสน สุดท้ายก็ไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว


นายวิรัช กล่าวต่อว่า เงินที่ลงไปออมบางคนกู้เงินมา บางคนจำนำรถมาบางคนไปกู้สหกรณ์กู้ ธกส.และโกหกสามีเพื่อมาออมกับกลุ่มบ้านออมเบส เพราะได้ค่าตอบแทนสูงและช่วงแรกๆ ก็ได้จริงแต่เริ่มมามีปัญหาประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาและไม่สามารถติดต่อ น.ส.กรองทอง ได้และนอกจากใน จ.สงขลาแล้วยังมีผู้เสียหายอีกหลาย จ.ทั้งภูเก็ต กระบี่และจังหวัดในภาคภาคอีสานก็มี เพราะมีการเชิญชวนให้ร่วมกลุ่มบ้านออมเบสผ่านเฟสบุ๊คด้วย

รายงานข่าวว่า วันนี้ทนายของ น.ส.กรองทอง และทนายของชาวบ้านได้มาพบกับกลุ่มผู้เสียหาย โดยให้ผู้เสียหายไปรวมตัวกันที่หอประชุมเทศบาลเมืองม่วงงาม เพื่อรวบรายชื่อและหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ

นายศุภสัณห์ บุญโญภาส ทนายของ น.ส.กรองทอง กล่าวว่า ได้รับการประสานจาก น.ส.กรองทอง ให้มาเจรจากับชาวบ้าน โดยรับปากว่าจะพยายามให้ทุกคนได้รับเงินคืน แต่จะมากจะน้อยค่อยว่ากันอีกที เพราะนอกจากจะเดือดร้อนเรื่องเงินแล้วหลายคนยังมีปัญหาครอบครัวด้วย


ด้านนายประมาณ ยักกะพันธ์ ทนายความของชาวบ้านกล่าวว่าวันนี้ได้มารับทราบข้อเท็จจริงและให้คำปรึกษากับชาวบ้าน ซึ่งคดีเข้าข่ายฉ้อโกงลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมาก เบื้องต้นได้แนะนำให้ชาวบ้านรวบรวมเอกสารเช่นการโอนเงินและมอบอำนาจกันเป็นกลุ่มเพื่อเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินการทางคดี เพราะขณะนี้ติดต่อ น.ส.กรองทอง ไม่ได้

ขอบคุณ : www.siamtopic.com

Facebook Comments