เจ้าหน้าที่ จับกระบะลอบพาแรงงานข้ามชาติเข้าไทย

วันที่ 8 ม.ค. 64 ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังนเรศวร สนธิกำลังฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก ร่วมกันวางกำลังในป่าและท่าข้ามธรรมชาติที่สุ่มเสี่ย งตลอดแนวชายแดนอำเภอแม่สอด ซึ่งมีพื้นที่ติดกับแนวชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ชุดซุ่มเฝ้าระวังที่อำพรางตัวอยู่ในป่า ใกล้ไร่ข้าวโพด ห่างจากแนวชายแดนไทย-เมียนมา ไปไม่มากนัก


เจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องส่องทางไกล ส่องตรวจสอบกลางคืนและพบแสงไฟจากรถกระบะ ขับออกมาจากแนวจากแดนผ่าน ทะลุเส้นทางป่าข้าวโพดมาด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณหยุดรถพร้อมแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบและพบรถกระบะ โตโยต้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กค-9052 ตาก หลังกระบะพบกระเป๋าเดินทางหลายใบ

ส่วนภายในรถพบนายบุรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เป็นคนขับรถ และพบผู้โดยสารซ่อนตัวภายในรถอีก 3 ราย โดยเป็นชายสัญชาติมาเลเซีย 1 ราย ชายสัญชาติสิงคโปร์ 1 ราย และหญิงไทยผู้ติดตามอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจสอบพร้อมส่งทีมทหารที่สวมชุดป้องกันเข้าตรวจวัดไข้บุคคลทั้ง 4 ราย

เบื้องต้นทั้ง 4 รายไม่พบมีไข้สู ง จากนั้นเจ้าหน้าที่นำไปสอบสวนพร้อมควบคุมตัวไปตรวจหา CV-19 ที่โรงบาลแม่สอด โดยทั้งหมดมีผลตรวจเป็นลบพร้อมส่งตัวดำเนินการตามกฎหมาย


จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายทั้งสองรายพร้อมหญิงไทย ข้ามแนวชายแดนจังหวัดตาก เพื่อไปทำงานในพื้นที่ประเทศเมียนมามานานนับเดือน และทำงานพักอาศัยอยู่ในนิคมอาณาจักรชาวจีนที่กำลังก่อสร้าง เป็นคาสิ โนและบ้านพักขนาดใหญ่ ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอแม่สอด โดยทั้งสามฝั่งเมียนมาติดต่อผ่าน นายบุรินทร์ ให้มีรับตัวที่ท่าข้ามธรรมชาติ เพื่อจะเข้าไปส่งในตัวอำเภอแม่สอดในช่วงเวลากลางคืน แต่มาถูกชุดเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มเฝ้าระวังแนวชายแดนอำเภอแม่สอดสกัดจับตัวได้ก่อน

สำหรับสถานการณ์ CV-19 ชายแดนแม่สอดล่าสุด เจ้าหน้าที่ทหาร-ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด-ตำรวจ เสริมกำลังออกตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนเลียบแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตลอดจัดชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์พิเศษเข้าวางกำลังในจุดล่ อแหล มเพื่อป้องกันและสกัดการขนคนแรงงานข้ามชาติเข้าประเทศแบบผิดกฎหมายท่ามกลางมาตรการคุมเข้มป้องกัน CV-19 ตลอดแนวชายแดนจังหวัดตากตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ทหารสนธิกำลังฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ตำรวจสกัดรถกระบะ ลักลอบขนแรงงานข้ามชาติเข้าไทย จนท.ตรึงกำลังจุดล่ อแหล มสกัดตลอด 24 ชั่วโมง


ขอบคุณ : www.siamstreet.com

Facebook Comments