โฆษกรัฐบาล ลั่นจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ย้ำห้ามชุมนุมทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องออกประกาศและคำสั่ง 4 ฉบับ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงในอนาคต

จากกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการกระทบกับขบวนเสด็จพระราชดำเนินฯ มีการกล่าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยใช้วาจาปลุกปั่น รวมทั้งป้องกันมิให้เกิดการเผชิญหน้าของประชาชนคนไทยด้วยกันเอง ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่นวานนี้อีก

ดังนั้น รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต จึงขอความร่วมมือจากประชาชนให้ระมัดระวังในเรื่องต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการจากนี้ไปตามคำสั่งที่เป็นข้อกำหนด อันได้แก่ ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือการกระทำใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

ห้ามเสนอข่าว ห้ามจำหน่ายหรือห้ามเผยแพร่ซึ่งหนังสือสิ่งพิมพ์และสิ่งอื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั่วราชอาณาจักร

นอกจากนี้ยังห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ห้ามใช้ยานพาหนะที่มีเงื่อนไขตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบกำหนดไว้ ห้ามใช้ หรือเข้าไป หรืออยู่ในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ และให้ออกจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนดไว้ ทั้งหมดนี้มีเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควรแล้ว เชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะมีเวทีในการรับฟังความคิดเห็น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องการให้ผู้ชุมนุมเคารพในสิทธิและเสรีภาพของส่วนรวม เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และดูแลเศรษฐกิจ

โดยหลายประเทศได้กล่าวชื่นชมไทยที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ และเห็นว่ามาตรการเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ออกมา ร่วมกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการเศรษฐกิจที่จะออกมาเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปี จะไม่เป็นผลสำเร็จหากในประเทศไม่สงบเรียบร้อย

นายอนุชา ยังได้ขอให้ระมัดระวังการใช้โซเชียลมีเดีย ในการโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ไม่ถูกต้อง เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมพูดคุยกัน ด้วยความเรียบร้อยและอยู่ในกรอบของกฎหมายทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยของเราได้เดินหน้าต่อไปได้ ตามแนวคิดรวมไทย สร้างชาติ

ขอบคุณ www.siamstreet.com

Facebook Comments