คนกกกอกรับทรัพย์ แห่ขายของหน้าบ้านลุงพล โกยกำไรครึ่งหมื่น ป้าแต๋นยินดีไม่ห้าม

จากกรณีการหายตัวของน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพัก หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง โดยหายไปตั้งแต่ 11 พ.ค. 63 จนกระทั่งพบ น้องอยู่กลางป่าในภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านต้องเดินเท้าไปกว่า 4-5 กิโลเมตร วันที่ 14 พ.ค. 63

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

วันที่ 6 ก.ย. 63 ทีมข่าวมาที่บ้านลุงพล ลุงของน้องชมพู่ มีร้านค้าที่คนทั้งในชุมชน และชาวบ้านใกล้เคียงมาตั้งเยอะกว่าทุกวันกว่า 30 ร้าน เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุดยาว ซึ่งปกติร้านจะมีแค่หน้าบ้าน แต่วันนี้ร้านมีการตั้งยาวไปทางริมถนนที่ดินข้างบ้าน รวมทั้งริมถนนฝั่งที่ดินของพ่อแบม เพื่อนบ้าน ร้านค้าอยู่ริมถนนเป็นทางยาวราว 50 เมตร มีคนเดินทางมาให้กำลังใจ

นางวิภาดา กันทาง แม่น้องอชิ เพื่อนของน้องชมพู่ แม่ค้าร้านน้ำน้องอชินมสด ซึ่งปกติจะขายของอยู่ในหมู่บ้าน แต่วันนี้มาตั้งเพิงอยู่หน้าที่ดินของพ่อแบม เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งมาตั้งขายวันนี้วันแรก ตั้งใจมาขายตรงนี้เพราะเห็นว่าคนเยอะ และย่าอชิที่มาขายเสื้อก่อนหน้านี้ก็ชักชวนมา

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ซึ่งผ่านไปครึ่งวันยอมรับว่าขายของดีกว่าอยู่ในบ้าน มีคนมาซื้อของเยอะมาก อีกอย่างวันนี้ชาวบ้านในบ้านกกกอกที่เคยกลัวกับคดี วันนี้ก็มาตั้งแผงขายหน้าบ้านลุงพลหลายสิบแผง ซึ่งมาโดยไม่ได้นัดหมาย

ส่วนตัวขอให้คนที่แวะมาบ้านกกกอก แวะมาอุดหนุนกันได้ ส่วนเรื่องของน้องชมพู่ ปล่อยให้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ ตนเองก็ขอมาทำมาหากิน เรื่องที่ดิน พ่อแบมไม่ได้คิดเงิน แค่คิดค่าไฟเท่านั้น ล่าสุด วันนี้ตนขายได้กำไรแล้ว

อีกทั้งมีกลุ่มยูทูเบอร์ก็ยังมาเต็มบ้าน โดยวันนี้นำปลาแซลมอน 1 ตัว น้ำหนัก 3 กิโลกรัม มาแร่ให้ลุงพลได้ทาน และแจกจ่ายชาวบ้านที่มาเยี่ยมด้วย

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

นอกจากนี้ มีคนสั่งตู้กระจก สำหรับขายอาหารมามอบให้กับลุงพล ซึ่งระบุว่าคนสั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ สั่งมาให้นำตู้มาส่งเพื่อให้ลุงพลได้ใช้ทำมาหากิน หากอยากเปิดร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีคนนำน้ำ 20 แพ็คมามอบให้ลุงพลเช่นกัน

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ป้าแต๋น เปิดเผยว่า คนที่มาให้กำลังใจตนก็ยังคงมีมาเรื่อย ๆ ตนเองก็ดีใจที่เวลามีอะไรไม่สบายใจในชีวิต ก็จะมาเรื่อย ๆ เหมือนมาเติมพลังอยู่ตลอด ซึ่งนอกจากกำลังใจที่มีมาเยอะ ยังมีแผงค้าหน้าบ้านมาเยอะ แล้วส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านบ้านกกกอก ระบุว่า ตนเองไม่ได้เห็นบ้าน 2 วัน เช้าวันนี้ก็ตกใจที่มีแผงค้าเยอะขึ้นมาอีก

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ตนเองก็ดีใจที่คนในหมู่บ้านมีรายได้ ชาวบ้านก็ครึกครื้นหาของมาขายกัน อยากบอกว่าไม่ต้องขออนุญาตตน จุดไหนเป็นที่ดินของคนอื่นก็ให้ไปติดต่อรับผิดชอบกันเอาเอง ตนคิดว่าที่ชาวบ้านมากันเยอะ ก็คงอยากมีรายได้ เป็นเรื่องที่ดี ตนเองก็ดีใจแทน และยืนยัน สำหรับที่ของตนไม่มีการเก็บค่าเช่าที่แน่นอน

โดยชาวบ้านกกกอกตั้งแผงค้าขายหารายได้ ร้านตำระเบิดภูเหล็กไฟ ลงทุนไป 1,000 บาท ขายตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 63 ยังไม่ได้กำไร แต่ได้ทุนคืนแล้วครึ่งหนึ่ง สามารถเก็บของไว้ขายในวันถัดไปได้

ขอบคุณ www.siamnews.com

Facebook Comments